วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555


เมี่ยงคำเมืองตาก


ประวัติความเป็นมาของการทำเมี่ยงคำเมืองตาก

เมี่ยงเต้าเจี้ยว บางทีก็เรียกกันว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือ เมี่ยงจอมพล ที่เรียกว่าเมี่ยงจอมพลเนื่องจาก ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียก ''เมี่ยงจอมพล



เศษส่วน/ส่วนประกอบของการทำเต้าเจี้ย;
มะพร้าวหั่นชิ้นเล็กๆ คั่ว 1 ถ้วย (300 กรัม)           
กุ้งแห้งตัวเล็ก (ชนิดจืด) 1 ถ้วย (300 กรัม)        
ถั่วลิสงคั่ว 1 ถ้วย (300 กรัม)  
หอมแดงหั่นเหลี่ยมเล็กๆ ½ ถ้วย (50 กรัม) 
ขิงหั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ½ ถ้วย (50 กรัม) 
มะนาวหั่นทั้งเปลือกสี่เหลี่ยมเล็กๆ ½ถ้วย (60 กรัม)   
พริกขี้หนูหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ (กรณีคนชอบเผ็ด) 25 เม็ด (30 กรัม)                                                        
ใบชะพลู, ใทองหลาง ชนิดละ 100 กรัม



ขั้นตอนการทำ
ให้จัดใบชะพลูหรือใบทองหลางใส่จานวางเครื่องปรุงอย่างละน้อยลงบนใบชะพลู หรือใบทองหลางที่จัดเรียงไว้ตักน้ำเมี่ยงหยอดห่อเป็นคำๆ รับประทาน

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้งานอินเตอร์เน็ต


คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้งานอินเตอร์เน็ต
        ในสังคมอินเทอร์เน็ตนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดีเช่นเดียวกับสังคมทั่วไป ผุ้ใช้ที่ไม่ระมัดระวังจึงอาจถูกล่อลวงไปในทางที่ผิดหรือก่อให้เกิดอันตราย ได้ ฉะนั้น วิธีหนึ่งที่จะป้องกันเยาวชนไทยจากปัญหาเหล่านี้ก็คือ การให้เยาวชนรู้จักกับศิลปป้องกันตัวในอินเทอร์เน็ต
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตควรจะรู้และยึดถือปฏิบัติ ดังนี้
        1. ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ โรงเรียนของตนให้แก่บุคคลอื่นที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
        2. หากพบข้อความหรือรูปภาพใดๆ บนอินเทอร์เน็ตที่มีลักษณะหยาบคายหรือไม่เหมาะสม ควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทันที
        3. ไม่ควรไปพบบุคคลใดก็ตามที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ผู้ปกครองก่อน และหากผู้ปกครองอนุญาต ก็ควรไปพร้อมกับผู้ปกครอง โดยควรไปพบกันในที่สาธารณะ
        4. ไม่ส่งรูปหรือสิ่งใดๆ ให้บุคคลที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
        5. ไม่ตอบคำถามหรือต่อความกับผู้ที่สื่อข้อความหยาบคาย และต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทันที
        6. ควรเคารพต่อข้อต่อลงในการใช้อินเทอร์เน็ตที่ให้ไว้กับผู้ปกครอง เช่น กำหนดระยะเวลาในการใช้อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ที่ผู้ปกครองอนุญาตให้เข้าได้

                                                                                            อ้างอิง : http://www.bkk1.in.th/Topic.aspx?

ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ


ไม้ อย่าง ประโยชน์ ประการ
                การปลูกไม้ อย่าง ให้ประโยชน์ ประการ ตามแนวพระราชดำรินั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน พระราชดำริ ไว้เมื่อปี 2519
การปลูกไม้ อย่าง คือ ไม้ผล  ไม้โตเร็ว  และไม้เศรษฐกิจ ดังนี้
                1. ไม้ใช้สอยและเศรษฐกิจ เป็นชนิดไม้ที่ชุมชนนำไปใช้ในการปลูกสร้างบ้านเรือน โรงเรือน เครื่องเรือน คอก สัตว์เครื่องมือในการเกษตร 
                2. ไม้ฟืนเชื้อเพลิงของชุมชน ชุมชนในชนบทต้องใช้ไม้ฟืน เพื่อการหุงต้มปรุงอาหาร สร้างความอบอุ่นในฤดูหนาวสุมควายตามคอก ไล่ยุง เหลือบ ริ้น ไร รวมทั้งไม้ฟืนในการนึ่งเมี่ยง และการอบถนอมอาหาร ผลไม้บางชนิด ไม้ฟืนมีความจำเป็นที่สำคัญ หากไม่มีการจัดการที่ดีไม้ธรรมชาติที่มีอยู่จะไม่เพียงพอในการใช้ประโยชน์
                3. ไม้อาหารหรือไม้กินได้ ชุมชนดั้งเดิมเก็บหาอาหารจากแหล่งธรรมชาติ ทั้งการไล่ล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร รวมทั้งพืชสมุนไพร อดีตแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์จึงเป็นแหล่งอาหารเสริมสร้างพลานามัย การปลูกไม้ที่สามารถให้หน่อใบ ดอก ผล ใช้เป็นอาหารได้ก็จะทำให้ชุมชนมีอาหารและสมุนไพร 
ประโยชน์ ประการ
         ไม้ อย่าง เมื่อปลูกไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ ประการ คือ
                1. ในสภาพปัจจุบันป่าไม้ลดลงเป็นจำนวนมาก  ดังนั้นเมื่อมีการปลูกไม้ที่มีความเหมาะสมและมีคุณสมบัติที่ดีเพื่อการใช้สอยและสามารถนำมาใช้เสริมสร้างอาชีพได้ โดยมีการวางแผนอย่างมีส่วนร่วมและดูแลรักษาก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ไว้ใช้สอยอย่างไม่ขาดแคลน
                2. ไม้ฟืนเป็นวัสดุเชื้อเพลิงพื้นฐานของชุมชน หากชุมชนไม่มีไม้ฟืนไว้สนับสนุนกิจกรรมครัวเรือน ชุมชนจะต้องเดือดร้อนและสิ้นเปลืองเงินทอง เพื่อการจัดหาแก๊สหุงต้ม หรือจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหาวัสดุเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ
                3. พืชอาหารและสมุนไพรรวมทั้งสัตว์แมลง ที่ชุมชนสามารถเก็บหาได้จากธรรมชาติจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าปลอดสารพิษ อันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน
                4. เมื่อมีการปลูกไม้เจริญเติบโตเป็นพื้นที่ขยายมากเพิ่มขึ้น และมีการปลูกเสริมคุณค่าป่าด้วยพันธุ์ต่างๆ ทำให้เกิดความหลากหลายและเป็นการอนุรักษ์ดินและนํ้า รวมทั้งก่อให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่ต้นนํ้าลำธาร
                                                          โดย : https://sites.google.com/site/banrainarao/knowledge/tree_bank

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ชื่อ เด็กหญิงพรรณกาญจน์         นามสกุล    อยู่สวัสดิ์
สัญชาติ  ไทย   เชื้อชาติ  ไทย    ศาสนา  พุทธ
เกิดวันที่ 1  ตุลาคม  2541
ที่อยู่ปัจจุบัน  บ้านเลขที่  51/1  ม.1  ต.น้ำรึม  อ.เมือง  จ.ตาก
รหัสไปรษณีย์   63000
โทรศัพท์   0900643097 
G-mail  pumpakin1phannakhan@gmail.com
กำลังศึกษาอยู่ที่  โรงเรียนตากพิทยาคม   อำเภอเมืองตาก  จังหวัดตาก
อาหารที่ชอบ   สุกี้,ปูผัดผงกระหรี่
สีที่ชอบ   สีชมพู
วิชาที่ชอบ   วิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์
งานอดิเรก   เล่นคอมพิวเตอร์  อ่านหนังสือ  ดูหนัง ฟังเพลง
คติประจำใจ   ความพยายามอยู่ที่ไหน  ความสำเร็จอยู่ที่นั้น